การสร้างนโยบายสาธารณะด้วยตนเอง การล่ารายชื่อสนับสนุน การทำประชาพิจารณ์ การลงประชามติ การส่งจดหมายกดดันหรือเรียกร้องถึงผู้เกี่ยวข้อง ฯลฯ เป็นอีกวิธีการที่ประชาชนใช้ผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหา หรือนำไปสู่นโยบายสาธารณะ
แน่นอนว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบคำว่า “ล็อบบี้” แต่จะโดยรู้หรือไม่รู้ตัวก็ตาม หลายครั้งหลายหน ภาคประชาชน นักกิจกรรม หรือการรวมตัวของประชาชน ได้ใช้วิธีการนี้ไปสู่เป้าหมาย บางกลุ่มอาจจะเลี่ยงไปใช้คำว่า “การมีส่วนร่วม” แต่การจัดองคาพยพสำหรับการ ผลักดันนโยบาย หรือผลักดันวิธีการจัดการรูปแบบต่างๆ ไปสู่การแก้ปัญหานั้นล้วนแล้วแต่ต้องมีการจัดองค์กร การประชาสัมพันธ์ และการโน้มน้าวให้คนที่จะมาร่วมได้รู้สึกว่าตนเองเกี่ยวข้องอย่างไร? หรือตนเองมีประโยชน์มากแค่ไหน? ล้วนแล้วแต่ใช้การ “ล็อบบี้” ทั้งสิ้น
ปัจจุบัน ในขณะที่กระแสการโจมตีประชาธิปไตยแบบตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่นักเคลื่อนไหวและภาคประชาชนทั่วโลกพูดถึงมากมายและดูจะเป็นแฟชั่นไปเสียแล้ว แต่กระนั้นสิ่งที่มาแทนที่ อย่าง ประชาธิปไตยทางตรง การดื้อแพ่ง อารยะขัดขืน หรือการประท้วงกดดันต่อรองรัฐโดยไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการและเป็นรูปธรรม ก็อาจจะดูเป็นเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก
ดังนั้นการผลักดันนโยบายสาธารณะหรือการผลักดันการแก้ปัญหา โดยใช้ช่องทางทางกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของสังคม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม อาทิเช่น การสร้างนโยบายสาธารณะด้วยตนเอง, การล่ารายชื่อสนับสนุน, การทำประชาพิจารณ์, การลงประชามติ, การส่งจดหมายกดดัน/เรียกร้องถึงผู้เกี่ยวข้อง ฯลฯ จึงเป็นอีกวิธีการที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในขณะนี้
วิธีการดังกล่าวนั้น มีหลักการรองรับที่มีชื่อเรียกสวยหรูว่า “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชน” ซึ่งชื่อเรียกสวยหรูนี้ถูกช่วงชิงความหมายทั้งภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ และประชาชนกลุ่มต่างๆ